แก้ตาสองชั้นที่เคยทำมาแล้ว เคลียร์จบทุกปัญหาตา ที่แมกโนเลียคลินิก

แก้ตาสองชั้น ที่เคยทำมาแล้ว เคลียร์จบทุกปัญหาตา ที่แมกโนเลียคลินิก

 

การศัลยกรรมตา ไม่ว่าจะเป็น การทำตาสองชั้น (Double Eyelid Surgery) การผ่าตัดถุงใต้ตา หรือ การยกหางตา  ล้วนเป็นวิธีช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับหลาย ๆ คน แต่บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือเกิดผลข้างเคียง ส่งผลให้เกิดความกังวลและต้องการแก้ไขรูปตาให้กลับมาดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับรูปหน้ามากขึ้น

 

การแก้ตาสองชั้น โดยเฉพาะ การแก้ตาสองชั้นที่เคยทำมาจากที่อื่น  นั้นมีความยุ่งยากและละเอียดอ่อนมากกว่าการทำตาสองชั้นครั้งแรก  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องทำการประเมินปัญหาชั้นตาของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด วางแผนการแก้ไขอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

 

ขั้นตอนการแก้ตาสองชั้น  แพทย์จะทำการผ่าตัดรอยแผลเก่าออก เลาะพังผืดและปมไหมที่ฝังอยู่ข้างใต้  ออกแบบชั้นตาใหม่ให้โค้งสวยตามรูปตา

 

แมกโนเลีย คลินิก  เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงามรอบดวงตา   พร้อมเป็นทางเลือกสำหรับ การจบปัญหาดวงตา การแก้ตาสองชั้น   ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  เทคโนโลยีที่ทันสมัย  และประสบการณ์ยาวนาน   มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่สวยงาม   ตรงตามความต้องการ   หมดกังวลเรื่องการแก้ไขซ้ำ


การแก้ตาสองชั้นที่เคยทำมาแล้ว มีความยุ่งยากอย่างไร?

 

แน่นอนว่าการทำศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมดวงตา หรือศัลยกรรมรูปแบบอื่น ๆ หากมีความผิดพลาดจนต้องกลับมาผ่าตัดในส่วนที่เคยทำไป ย่อมมีความยุ่งยากมากกว่าการทำครั้งแรกหลายเท่าอยู่แล้วค่ะ สำหรับเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้การศัลยกรรมแก้ตามีความยุ่งยากมาก มีดังนี้

 

  1. รอบดวงตาของเราเต็มไปด้วยเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่ม และซับซ้อน

 

ดวงตา แม้จะเป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็ก แต่กลับเต็มไปด้วยเส้นประสาทสำคัญมากมาย องค์ประกอบหลักของดวงตา คือ เนื้อเยื่ออ่อนนุ่มที่เรียงซ้อนกันหลายชั้น ด้วยความซับซ้อนนี้ การผ่าตัดในบริเวณรอบดวงตาจึงต้องอาศัยทั้งความละเอียดอ่อนและความใจเย็นเป็นอย่างมาก

 

ในกรณีที่เคยผ่านการผ่าตัดศัลยกรรมตามาก่อน ร่างกายจะสร้างพังผืดหรือเนื้อเยื่อที่ไม่ดีขึ้นมา ส่งผลต่อการผ่าตัดแก้ไขตาที่ต้องอาศัยความระมัดระวังในการแยกพังผืดออกจากเนื้อเยื่อดี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำร้ายเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง เช่น กล้ามเนื้อตา ได้ง่าย

 

ยิ่งมีการผ่าตัดแก้ไขบ่อยเท่าไร ปริมาณพังผืดก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นพังผืดหนา ส่งผลต่อการแก้ไขในอนาคต

 

นอกจากนี้ ยังมีเนื้อเยื่อบางจุดรอบดวงตา เช่น หนังตา หากถูกตัดออกมากเกินไป จะยิ่งทำให้แก้ไขได้ยากขึ้น และอาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมา เช่น หลับตาไม่สนิท หรือตาแห้ง

 

  1. ดวงตาของเรามีการขยับอยู่ตลาดเวลา

 

ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างบานสำคัญที่ช่วยให้เราสัมผัสกับโลกกว้าง เปรียบเสมือนกล้องถ่ายรูปที่บันทึกภาพความทรงจำอันล้ำค่า ในขณะที่เราตื่น ดวงตาของเราก็มักจะขยับอยู่ตลอดเวลา โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะกะพริบตาประมาณ 20,000 ครั้งต่อวัน

 

ด้วยการใช้งานที่หนักหน่วงเช่นนี้ การศัลยกรรมแก้ไขตาจึงต้องคำนึงถึงทั้งความสวยงามและการทำงานของดวงตาไปพร้อม ๆ กัน หากขาดความสมดุลในสองแง่มุมนี้ ผลลัพธ์หลังผ่าตัดอาจส่งผลเสียต่อดวงตาของเราได้ ซึ่งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

 

การมองเห็นแย่ลง: แทนที่จะได้ดวงตาที่สดใส กลับกลายเป็นมองเห็นภาพไม่ชัด

ปวดตึงตา รู้สึกไม่สบายตา: อาการเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและใช้ชีวิต

ภาวะตาแห้ง: ดวงตาสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการระคายเคือง

ปวดหัวเรื้อรัง: ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

 

การเลือกศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ จึงมีความสำคัญมาก เพราะแพทย์ต้องเข้าใจถึงโครงสร้างและกลไกการทำงานของดวงตา เนื่องจากส่งผลต่อความปลอดภัยและมีผลต่อเนื่องไปถึงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการทำศัลยกรรม ศัลยแพทย์ที่เก่งจะประเมินปัญหาของดวงตาอย่างละเอียด ออกแบบชั้นตาให้เหมาะสมกับรูปหน้าและโครงสร้างดวงตา โดยคำนึงถึงการทำงานของกล้ามเนื้อตา เลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

 

เพราะ การศัลยกรรมแก้ไขตา ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต

การเลือกศัลยแพทย์ที่ไว้ใจได้ เพื่อดวงตาที่สวยงามและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

 

การมองเห็นที่ชัดเจน ดวงตาที่สดใส และความรู้สึกสบายตา ล้วนส่งผลต่อความมั่นใจ และช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

 

  1. ดวงตาของเรามีสองข้าง ยากจะรักษาสมดุล

 

ดวงตาเป็นอวัยวะคู่ ประกอบด้วยตาซ้ายและตาขวา แม้จะยากที่จะทำให้ตาทั้งสองข้างเท่ากัน 100%  แต่สามารถออกแบบและผ่าตัดให้ขนาดใกล้เคียงกันได้  ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแตกต่างของตาทั้งสองข้าง  ได้แก่ ขนาดเบ้าตา ตำแหน่งคิ้ว และรูปทรงตา

 

การศัลยกรรมแก้ไขตาที่เคยทำมาให้ดูสวยงามและขนาดใกล้เคียงกัน  จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์สูง  หากเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์  ผลลัพธ์ของการผ่าตัดแก้ตา  และความสมดุลบนใบหน้าจะดีขึ้น

 

สาเหตุที่ต้องแก้ตา มีอะไรบ้าง?

  1. ชั้นตาที่ทำเล็กเกินไป จนแทบมองไม่เห็นความแตกต่าง

 

ปัญหานี้มักเกิดในคนที่ทำตามาแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่ง สาเหตุมักมาจากความหย่อนคล้อยของเปลือกตาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือในกรณีที่เพิ่งทำมาได้ไม่นาน หรือยังอายุน้อยอยู่ ก็อาจเกิดจากชั้นตาที่ไปทำมาเกิดการคลายตัวหรือหลุดด้วยสาเหตุบางอย่าง เช่น ขยี้ตา หรือหมอเย็บมาไม่ดี ทำให้ชั้นตาเล็กลงจนเห็นชั้นตาไม่ชัด ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยการผ่าตัดแก้ไขในกรณีที่หนังตาหย่อนคล้อย หรืออาจจะต้องเย็บชั้นตาใหม่กรณีที่ชั้นตาคลายตัว

 

  1. ชั้นตาที่ทำหนาเกินไป จนดูไม่เป็นธรรมชาติ

 

ปัญหานี้พบบ่อยในเคสแก้ตา การที่ชั้นตาของเรามีความหนามากเกินไป จะทำให้ดวงตาของเราดูตี่ ลึก เล็ก ไม่เป็นธรรมชาติ แต่งหน้ายาก รู้สึกหนักตา โดยสาเหตุที่ทำให้ชั้นตาหนาเกินไปนั้น มักเกิดจากรอยพับของชั้นตาอยู่สูงจากตำแหน่งที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน สำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าสายฝอ ชอบมีชั้นตาที่หนาและลึก การที่ได้ชั้นตาแบบนี้ก็อาจตอบโจทย์ความต้องการแล้ว

 

  1. ตาดําเล็กลง ดูปรือ ดูง่วงนอน เหม่อลอยตลอดเวลา

 

สำหรับอาการนี้ มักจะมาพร้อมกับปัญหาชั้นตาที่หนาเกินไป บดบังตาดำ หรืออาจเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อตาที่แย่ลง หรือกล้ามเนื้อตาคลายตัวหลังผ่าตัด จนกลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ส่งผลต่อการลืมตา ทำให้ตาดูปรือ ซึ่งตาดำที่เล็กลงนั้น จะส่งผลให้ใบหน้าดูไม่สดชื่น เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ถ้าหากเป็นมาก ก็อาจจะทำให้การมองเห็นแคบลงได้ด้วย สำหรับคนทำตาสองชั้นที่กำลังเจอปัญหานี้ จึงควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทันที

 

  1. รู้สึกไม่สบายรอบดวงตา จนสร้างความรำคาญในชีวิตประจำวัน

 

บางคนอาจเกิดอาการไม่สบายตาได้หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการศัลยกรรมดวงตาแล้ว อาจจะมีอาการต่างๆดังนี้ 

ปวดเมื่อยรอบดวงตา : รู้สึกเหมือนตาหนัก ตึง หรือปวด

  รู้สึกลืมตายาก : รู้สึกเหมือนตาแห้ง ลืมตาไม่สนิท

ตาเหมือนโดนรั้งหน่วง ๆ : รู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดวงตาอยู่

แสบตา : รู้สึกเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล

ปวดขมับ : ปวดตุ้บ ๆ บริเวณขมับ

ปวดศีรษะเรื้อรัง : ปวดหัวเป็นเวลานาน

มองภาพไม่ชัด : มองเห็นภาพเบลอ มัว

มองภาพแคบลง : มองเห็นภาพในวงจำกัด

 

ซึ่งสาเหตุของอาการเหล่านี้ มักสัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อตาที่แย่ลง หรือเกิดจากผลข้างเคียงหลังผ่าตัด อาจเกิดจากยาชา ยาหยอดตา หรือการอักเสบ ซึ่งบางปัญหาสามารถหายเองได้เมื่อเวลาผ่านไป และบางอาการอาจต้องทำการรักษา เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

  1. ปัญหาอื่น ๆ ที่อาจพบได้ในคนที่เคยศัลยกรรมดวงตา

 

นอกเหนือจากปัญหาที่กล่าวมา ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่อาจพบได้ แต่อาจพบได้ไม่บ่อยนัก ดังนี้

 

ปัญหาหลับตาไม่สนิท : อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น แผลบวม หรือการเย็บแผลที่ตึงเกินไป สามารถแก้ไขได้ด้วยการประคบเย็น นวดเปลือกตาเบา ๆ หรือใช้ยาทาแก้ปวด

ปัญหาเรื่องรอยแผลเป็น : รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดอาจมีสีคล้ำ หรือเกิดเป็นรอยนูน รอยแผลเป็นเหล่านี้สามารถจางลงได้เองตามกาลเวลา แต่หากรอยแผลเป็นมีนูน หรือดูไม่สวยงาม สามารถรักษาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การฉีดยาสเตียรอยด์ การทายา หรือการเลเซอร์

ปัญหาชั้นตาพับไม่ถึงหางตา : สามารถผ่าตัดแก้ไข โดยแพทย์จะเย็บชั้นตาให้ยาวขึ้น

การมีรอยรั้งที่หัวตา : รอยรั้งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดแก้ไข โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อที่เกินออก

ขอบตาพลิกขึ้น : ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดแก้ไข โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างของเปลือกตา

 

ปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลต่อรูปทรงตา ทำให้ตาดูไม่สวยงาม และอาจส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว ดังนั้นจึงควรเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้

 

หากตรวจเช็คแล้วคุณกำลังมีปัญหาเหล่านี้ อย่าลืมไปปรึกษากับแพทย์ที่ไว้ใจได้ เพื่อแก้ไขปัญหาดวงตากันนะคะ เพราะหากปล่อยไว้นาน อาการที่เราอาจมองว่ามันเล็กน้อย อาจจะลุกลามมากกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้

 

ต้องเว้นระยะนานแค่ไหนถึงจะแก้ตาได้?

 

หลายคนทำตาสองชั้นมาแล้ว ผลลัพธ์อาจไม่ตรงใจ อยากแก้ไขให้สวยปังดั่งใจฝัน ในเมื่อตัดสินใจว่าจะแก้ตาแล้ว แล้วต้องเว้นระยะนานแค่ไหนจากการทำตาครั้งล่าสุด ถึงจะแก้ตาได้?

 

คำตอบก็คือ ภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดทำตาสองชั้น ซึ่งเป็นช่วงที่บาดแผลยังไม่สมาน และยังง่ายต่อการเกิดการอักเสบ ซึ่งผ่าตัดแก้ไขภายใน 2 สัปดาห์นั้นมักจะทำในกรณีที่มีความจำเป็นจริง ๆ เช่น เปลือกตาเหลือกจนหลับตาไม่สนิท เกิดความผิดปกติที่เป็นอันตรายต่อดวงตา เป็นต้น

 

แต่สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ตานั้น คือหลังจาก  6 เดือนเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่แผลสมานดีแล้ว เวลาผ่าตัดจะเกิดการอักเสบน้อยกว่า อาการบวมยุบสนิท แผลเรียบ ทำให้การประเมินชั้นตาได้แม่นยำขึ้น อีกทั้งเป็นระยะเวลาที่นานพอจะทำให้เรารู้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตาเรานั้น เป็นแค่ชั่วคราวหรือเป็นถาวร

 

การผ่าตัดแก้ไขตาสองชั้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ที่เข้ารับการแก้ตาเอง แน่นอนว่าคุณหมอกิฟท์เข้าใจว่าบางคนทำตาสองชั้นมาแล้วไม่ถูกใจ ไม่สวยงาม เสียความมั่นใจจนอยากรีบมาแก้ไว ๆ แต่การใจร้อนเข้ามารับการผ่าตัดแก้ตาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงได้เช่นเดียวกัน

 

แนวทางการผ่าตัดแก้ตาสองชั้น ในเคสที่เคยทำมาแล้ว

 

สำหรับผู้ที่เคยทำตาสองชั้นมาแล้ว แต่ไม่พอใจกับผลลัพธ์ หรือเกิดปัญหาที่ส่งผลต่อการมองเห็น การผ่าตัดแก้ตาสองชั้นเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น ชั้นตาไม่เท่ากัน ชั้นตาหนา ตาตี่ ตาลอย มีรอยแผลเป็น

 

ก่อนตัดสินใจแก้ตา ต้องทำอะไรบ้าง

 

  • ปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจสอบอาการของดวงตาโดยละเอียดก่อนแก้ตา
  • แจ้งความต้องการอย่างตรงไปตรงมา ว่าอยากแก้ปัญหาอะไรบ้าง
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกและแพทย์อย่างรอบคอบ เพื่อเลี่ยงปัญหาการกลับมาแก้ตาซ้ำ ๆ
  • เลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมกับสภาพตา ตามคำแนะนำของแพทย์

 

เทคนิคการผ่าตัดแก้ตาที่เหมาะสม

 

  • การแก้ไขชั้นตา: แพทย์จะทำการปรับโครงสร้างหนังตา เลาะพังผืด ปรับขนาดชั้นตาให้เหมาะสม
  • การแก้ไขกล้ามเนื้อตา: ทำการผ่าตัดและรักษากล้ามเนื้อตา แก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  • การแก้ไขรอยแผลเป็น: ใช้เทคนิคการเย็บแผลที่ประณีต ลดเลือนรอยแผลเป็นให้จางลง

 

การดูแลหลังผ่าตัด

 

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตาแรง ๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • สังเกตอาการผิดปกติ และหากมีก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

 

ข้อควรระวัง

 

  • การผ่าตัดแก้ตา มีความซับซ้อนมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก
  • ผลลัพธ์อาจไม่สมบูรณ์แบบ 100% ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน
  • อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม แดง ช้ำ ซึ่งจะหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ตาที่ แมกโนเลีย คลินิก รวบรวมมาให้ในวันนี้ จะมีประโยชน์ และเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจทำศัลยกรรมแก้ตาให้กับใครหลาย ๆ คนนะคะ การแก้ตาไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในเวลาเดียวกัน เพราะต้องอาศัยทั้งระยะเวลาในการรอให้แผลหายสนิท การหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง และดูแลตัวเองหลังทำการแก้ตาอย่างเข้มงวด ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องกลับมาแก้ตาบ่อย ๆ จึงควรเลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ตั้งแต่ต้น ซึ่งหากคุณยังไม่รู้จะไปทำที่ไหน แมกโนเลีย คลินิก ขออาสาดูแลตาคุณค่ะ

เพราะที่นี่ “ มากกว่าความเชี่ยวชาญ คือความใส่ใจ ”

 

สนใจสอบถามหรือนัดหมายเพื่อใช้บริการกับ แมกโนเลีย คลินิก ติดต่อเรามาได้ทุกเวลาค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *