แก้ตาอ่อนแรง ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แก้ไขยังไงดี?

แก้ตาอ่อนแรง ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แก้ไขยังไงดี?

 

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หากจะอธิบายเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือภาวะที่กล้ามเนื้อตาไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้เปลือกตาหรือหนังตาตกหรือหย่อนลงมากกว่าปกติ ทำให้มองเห็นตาดำไม่เต็มดวง และอาจทำให้ตาดูไม่เท่ากัน หากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง ใบหน้าจะดูเหนื่อยและเพลียตลอดเวลา ส่วนในเคสที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเพียงข้างเดียว จะสังเกตได้ว่าตาไม่เท่ากันเนื่องจากตาที่มีปัญหาจะตกลงมาปิดตามากกว่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนนั้น ก็ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพโดยรวมของเราทั้งสิ้น

 

โดยภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ช่วงวัยที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือวัยชรา เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังส่วนต่าง ๆ ก็จะเริ่มมีการหย่อนคล้อยไปตามธรรมชาติ แน่นอนว่ารวมถึงดวงตาของเราด้วยเช่นกัน ส่วนในเคสที่เกิดกับเด็กหรือคนอายุน้อย ๆ ก็อาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์ อาการของโรคต่าง ๆ หรืออาจเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เช่น พฤติกรรมชอบขยี้ตาแรง ๆ เป็นประจำ หรือเคยทำศัลยกรรมดวงตามาก่อน แล้วเกิดความหย่อนคล้อยหลังการผ่าตัด

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสงสัยว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้หรือไม่ รีบเช็คด่วน! 

 

อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่วนใหญ่แล้วจะทำให้เรามีอาการเหมือนตาปรืออยู่ตลอดเวลา ทำให้ดวงตาดูไม่สดใส เหมือนเป็นคนที่ไม่กระตือรือร้น ดูเกียจคร้าน ง่วงนอนตลอดเวลา เสียบุคลิกภาพ แถมยังทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยอีกด้วย ส่วนในรายที่มีอาการหนัก ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้เลยทีเดียว เพราะต้องใช้แรงของกล้ามเนื้อมากกว่าปกติในการเปิดเปลือกตา แถมยังทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นแคบลงกว่าที่ควรเป็นอีกด้วย


อาการของโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นยังไง แบบไหนถึงเรียกว่าตาอ่อนแรง

 

  1. หนังตาหย่อนคล้อย ลืมตาได้ไม่เต็มที่

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาลืมตาได้ไม่เต็มที่ ลืมตาไม่ขึ้น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะมาจากอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก็เป็นได้ กรณีที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเพียงข้างเดียว จะส่งผลทำให้เปลือกตาข้างนั้นหย่อนคล้อยลงมาปิดที่ขอบบนของตาดำมากกว่าอีกข้าง ซึ่งจะทำให้ดวงตาดูไม่เท่ากันอย่างชัดเจน นอกเหนือจากนั้น ข้างที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะมีชั้นตาที่ใหญ่กว่าข้างที่ปกติ และไม่สามารถลืมตาได้อย่างเต็มที่จนกว่าจะทำการรักษา

 

  1. หนังตาตก ตาง่วงปรือ ไม่สดใส จนคนทักตลอดเวลา

 

หนังตาตก ถือเป็นหนึ่งในภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นในภายหลังก็ได้ โดยอาการเหล่านี้จะมีลักษณะตาตก ตาปรือตลอดเวลา เนื่องจากกล้ามเนื้อตาของเราไม่สามารถเปิดตาได้อย่างเต็มที่ โดยในบางรายอาจมีการมองเห็นผิดปกติร่วมด้วย เพราะหนังตาจะค่อย ๆ ตกทับดวงตาจนบดบังการมองเห็น ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับตาเพียงข้างเดียว หรือตาทั้งสองข้าง จนทำให้ตาดูไม่เท่ากันอย่างชัดเจน

 

ในส่วนของอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดขึ้นภายหลัง มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

การใช้สายตามากเป็นเวลานาน เช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือการอ่านหนังสือเป็นเวลานาน

การทำให้กล้ามเนื้อตามีการหด ยืด อย่างรุนแรงเป็นประจำ เช่น การขยี้ตา การแต่งหน้า หรือการถูกลมแรง ๆ

โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์

การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายกังวล

 

พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลต่อกล้ามเนื้อตา ทำให้หนังตาเริ่มตกลง จนไม่สามารถกลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติได้ในที่สุด

 

  1. ขยี้ตาบ่อย ขยี้ตาแรง ขยี้จนตาแดงก็ยังไม่เลิก

 

การขยี้ตา มักเกิดขึ้นจากอาการคันบริเวณดวงตา ซึ่งอาจมาจากอาการของโรคภูมิแพ้หรือในสถานที่ที่มีสิ่งสกปรกในอากาศเป็นประจำ จนกลายเป็นพฤติกรรมสำคัญที่ส่งผลให้เปลือกตาเกิดความหย่อนคล้อยมากกว่าปกติ ทำให้กล้ามเนื้อตายืดออก และชั้นตาก็ค่อย ๆ กลายเป็นสามชั้นหรือเปลือกตามีลักษณะรอยพับ ทำให้ดูตาปรือ โดยอาการนี้อาจเป็นเฉพาะดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างก็ได้เช่นกัน

 

  1. ปัญหาเลิกหน้าผากบ่อย จนเกิดทั้งริ้วรอยและกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

 

ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มักต้องใช้ความพยายามในการลืมตามากกว่าปกติ ส่งผลให้ต้องเลิกหน้าผากบ่อยๆ เพื่อให้คิ้วช่วยยกเปลือกตา ไม่ให้ลงมาบดบังการมองเห็น

 

อย่างไรก็ตาม การเลิกหน้าผากนานๆ นั้น ส่งผลเสียมากกว่าแค่ความรำคาญ เพราะมันสามารถนำไปสู่ปัญหาเหล่านี้

  • ริ้วรอยย่นถาวร: การเลิกหน้าผากเป็นการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากมากเกินไป ส่งผลให้เกิดรอยย่นถาวรบนหน้าผาก ทำให้ดูมีอายุมากขึ้น

 

  • ปวดหัว: การเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดหัวเรื้อรัง

 

  • ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา: การเลิกหน้าผากบ่อยๆ อาจทำให้เปลือกตาตึง ส่งผลต่อการหลั่งน้ำตา และทำให้ดวงตาแห้ง

 

  • ปัญหาเกี่ยวกับคอ: การเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผาก อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อคอ ทำให้เกิดอาการปวดคอ หรือตึงคอ

 

  1. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จนทำให้เบ้าตาลึกกว่าปกติ

 

ในคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มักจะมีลักษณะเบ้าตาลึกจนผิดธรรมชาติ โดยมักมีร่องลึกที่อยู่เหนือเปลือกตาขึ้นไป โดยส่วนใหญ่แล้วมักมีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น คนที่มีภาวะนี้มักจะมีลักษณะเบ้าตาลึกที่ชัดเจนมากกว่าคนปกติ จนทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่ง่วงนอนตลอดเวลา ไม่กระตือรือร้น โดยมีสาเหตุเกิดจากการสูญเสียไขมันใต้เปลือกตาในตำแหน่งที่อยู่ลึก ทำให้เมื่อมองแล้วดูตาโหล ทั้งยังดูมีอายุมากกว่าที่ควรเป็น

 

ไม่ว่าจะเป็นอาการแบบไหน หากสังเกตแล้วว่ามันส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเรา หรือทำให้เราสูญเสียความมั่นใจจนเสียบุคลิกภาพ ก็ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาสาเหตุและวิธีแก้ไขที่ตรงกับอาการที่เราเป็นมากที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปจนแก้ไขได้ยาก หรือเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่ควรเป็น

อยากแก้ตาอ่อนแรง ทำยังไงได้บ้าง?

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถทำได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการที่เป็นและสาเหตุของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทั้งนี้ ในเคสที่มีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากโรค Myasthenia Gravis หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ในกลุ่มแพทย์และคนไข้ว่า “โรค MG” ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากการหลั่งสารสื่อประสาทที่ผิดปกติ หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเฉพาะที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อลาย ส่งผลให้สารสื่อประสาทบริเวณนั้นทำงานลดลง และมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้น ในกรณีนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยยา ซึ่งจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรานั้นกลับมาทำงานตามปกติ และดวงตาของเราก็จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติดังเดิม

 

แต่ในกรณีที่ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โรค MG ก็จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองอาการ หรือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขอย่างรวดเร็วก็ตาม

 

วิธีแก้ที่ 1 : รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการบริหารตา

 

วิธีการนี้ เป็นวิธีการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยวิธีการบริหารตา เหมาะสำหรับคนที่มีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่มาก สังเกตเห็นได้ไม่ชัด และยังไม่กระทบต่อการมองเห็น โดยจะมีลักษณะเปลือกตาบนหย่อนลงมาคลุมทับตาดำเกิน 2 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถทำการบริหารได้ตามวิธีดังนี้

 

  • กลอกตาขึ้น-ลง-ขวา-ซ้าย: ทำการกลอกตาขึ้นไปด้านบน แล้วลงล่าง จากนั้นกลอกไปทางขวาและไปทางซ้าย ทำซ้ำ ๆ อย่างน้อย 2 รอบต่อวัน
  • ปรับโฟกัสดวงตา: ใช้ปากกาหรือนิ้วมือยื่นไปด้านหน้า เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างดวงตาทั้งสอง จากนั้นเลื่อนเข้าหาดวงตาช้า ๆ โดยเมื่อเห็นเป็นภาพซ้อนให้เริ่มใหม่ ทำซ้ำ 20 รอบ 3 ครั้งต่อวัน

 

การบริหารรักษาอาการกล้ามเนื้อตาด้วยวิธีนี้ ควรทำให้อยู่ในระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และเป็นการช่วยบำรุงดวงตาและการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

วิธีที่ 2 : รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการผ่าตัด

 

การผ่าตัดเพื่อรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นวิธีการที่ทำเพื่อปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตา ทั้งยังเป็นกระบวนการที่สามารถทำให้ตาเปิดโตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเพื่อแก้ไขกล้ามเนื้อตาจำเป็นต้องใช้แพทย์เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาโดยตรง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษา เนื่องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลให้เหมาะสม และต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว จะแบ่งวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดออกเป็น 2 วิธี นั่นคือ

 

วิธีที่ 1 การทำตาสองชั้น เพื่อแก้ปัญหาชั้นตาและหนังตาส่วนเกิน

 

การทำตาสองชั้นเป็นกระบวนการผ่าตัดประเภทหนึ่ง ซึ่งจะทำการผ่าตัดชั้นตาบริเวณเปลือกตา 

วิธีนี้เหมาะสำหรับ

  • แก้ปัญหาตาชั้นเดียวที่ไม่สมดุล 
  • ชั้นตาหลบใน
  • ขาดชั้นตา
  • หนังตาหย่อนคล้อย 

 

โดยใช้เทคนิคการทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้นหรือกรีดยาว โดยจะขึ้นอยู่กับอายุและปริมาณหนังตาส่วนเกินของผู้ป่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำตาสองชั้นเป็นการสร้างชั้นตาใหม่เพื่อให้ชั้นตาเท่ากัน หรือแก้ปัญหาหนังตาส่วนเกินเท่านั้น

 

วิธีที่ 2 การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพื่อแก้ไขปัญหาการลืมตาในระยะยาว

 

การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการผ่าตัด เป็นการทำเพื่อแก้ไขการลืมตาของผู้ป่วยอย่างถาวร 

วิธีนี้เหมาะสำหรับ

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจนมีผลต่อการมองเห็น 
  • ตาปรือ 
  • ลืมตาไม่สมดุล 
  • ตาสองข้างไม่เท่ากัน 
  • ใบหน้าดูง่วงนอนหรืออิดโรย

 

เป็นการช่วยปรับปรุงทัศนวิสัยการมองเห็น ลดอาการหย่อนคล้อยของเปลือกตา และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว

 

รู้แบบนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่และบุคลิกภาพของคุณนานเกินไป เพราะที่ แมกโนเลีย คลินิก เราสามารถแก้ตาให้คุณได้ครบจบทุกปัญหา มีผลงานการันตีมากมายหลายเคส บอกเลยว่าทุกคนที่เข้ามาทำศัลยกรรมกับเรา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจ เพราะที่นี่มีความปลอดภัยสูง คุณหมอกิฟท์ใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกเคส แถมยังมีแผลผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน ผ่าตัดวันนี้ วันพรุ่งนี้ไปทำงานต่อได้เลย ไม่บวม ไม่ช้ำ แทบไม่เหลือรอยแผลเป็นมากวนใจ

 

นอกจากนี้ คุณหมอยังติดตามทุกเคส ทุกขั้นตอนด้วยตัวเองค่ะ หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย ข้อกังวลใจตรงส่วนไหนก็สามารถถามคุณหมอได้ทันที พร้อมตอบทุกข้อสงสัยของคนไข้ ไม่ต้องเป็นกังวลเลยค่ะ

เพราะที่นี่ “ มากกว่าความเชี่ยวชาญ คือความใส่ใจ ”

 

สนใจสอบถามหรือนัดหมายเพื่อใช้บริการกับ แมกโนเลีย คลินิก ติดต่อเรามาได้ทุกเวลาค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *