ใต้ตาคล้ำ มีรอยคล้ำใต้ตา ทำไงดี? วิธีดูแลใต้ตาคล้ำง่าย ๆ ฉบับแมกโนเลีย

ใต้ตาคล้ำ มีรอยคล้ำใต้ตา ทำไงดี? วิธีดูแลใต้ตาคล้ำง่าย ๆ ฉบับแมกโนเลีย

 

ใต้ตาดำคล้ำ ยิ่งมองยิ่งช้ำใจ หากใครกำลังประสบปัญหาใต้ตาคล้ำ ใต้ตาดำ ตาเป็นหมีแพนด้า แม้ว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาที่ส่งผลต่อการมองเห็นของเราโดยตรง แต่ที่ส่งผลแน่ ๆ เลยก็คือความมั่นใจและบุคลิกภาพ เพราะการที่เรามีใต้ตาดำคล้ำนั้น จะทำให้ใบหน้าของเราดูง่วงซึม ไม่สดใส ดูคล้ายคนอดนอนตลอดเวลา อีกทั้งยังทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกว่าเราไม่กระตือรือร้นไปด้วย ดังนั้นการหาวิธีดูแลและแก้ไขปัญหาใต้ตาของเรา จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ไม่แพ้ปัญหาตาแบบอื่นเลยค่ะ เพราะหากเรามีความมั่นใจ อะไร ๆ ในชีวิตก็จะง่ายขึ้นเยอะ

 

แล้วสาเหตุของการเกิดใต้ตาคล้ำคืออะไร? หลาย ๆ คนอาจยังเข้าใจว่า การที่เรามีใต้ตาดำคล้ำนั้นมาจากปัญหาการอดนอน แน่นอนว่าปัญหาการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั้น ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ใต้ตาของเราดำคล้ำ แต่มันก็ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียว หากคุณมั่นใจว่าตัวเองนอนหลับอย่างเพียงพอแล้ว แต่ใบหน้าก็ยังหมองคล้ำ ใต้ตาก็ดำเป็นหมีแพนด้าอยู่ บางทีคุณอาจจะกำลังประสบปัญหานี้จากสาเหตุอื่นอยู่ก็เป็นได้


ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ เกิดจากอะไรได้บ้าง?

สาเหตุของการเกิดปัญหาใต้ตาคล้ำ (Dark circles under eyes) ที่หลายคนกังวล มีหลากหลายสาเหตุ ดังนี้

 

  1. กรรมพันธุ์ ปัญหาตาคล้ำที่สืบทอดผ่านกรรมพันธุ์

 

ลองสำรวจดูว่า ในครอบครัวของเรามีคนที่ประสบปัญหาใต้ตาคล้ำเหมือนกันหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่ ย่า ตา ยาย หรือคุณพ่อ คุณแม่ของเราเอง หากพวกท่านคนใดคนหนึ่งประสบปัญหาใต้ตาคล้ำ ที่ไม่ได้มาจากการอดนอนเหมือนกัน ก็มีโอกาสที่เราจะได้รับสืบทอดกรรมพันธุ์นั้นมาด้วย แต่พบได้น้อยแทบไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

 

  1. ความเครียด หนึ่งในสาเหตุของปัญหาตาคล้ำ

 

ด้วยสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดในปัจจุบัน ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ก็เริ่มตามมา แน่นอนว่าปัญหาตาคล้ำเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เนื่องจากคนเรามีความเครียดที่มากขึ้นจากการทำงานหนักเกินไป พักผ่อนน้อยเกินไป หรือไม่ก็เอาแต่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ รับประทานทานแป้งมากเกินไป เพื่อชดเชยความสุขที่เราสูญเสียไปในแต่ละวัน แต่การกระทำเหล่านั้นทำให้ร่างกายของเราเกิดการเสียสมดุลไประหว่างระดับออกซิเจน (O2) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในเลือด โดยมีระดับของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่สูงขึ้นในเลือด ส่งผลให้สีของเลือดมีสีที่ดำเข้มกว่าปกติ ผิวบริเวณใต้ตาจึงดูคล้ำขึ้นนั่นเอง

 

  1. ความแก่ชรา เป็นเหตุให้ผิวหนังบางลงตามวัย

 

อายุที่มากขึ้นในทุก ๆ วัน เป็นศัตรูกับความงามและสุขภาพของคนเราอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น ชั้นผิวหนังของเราก็จะบางลงเนื่องจากสูญเสียชั้นไขมัน และชั้นไขมันที่หายไปนั้นก็รวมถึงผิวบริเวณใต้ดวงตาของเราด้วย ทำให้เราเห็นสีของหลอดเลือดและกล้ามเนื้อบริเวณใต้ตาได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ใต้ตาดูคล้ำกว่าช่วงวัยที่มีอายุน้อย และยังมีไขมันใต้ผิวหนังคอยปกคลุม

 

  1. โรคภูมิแพ้ อีกหนึ่งสาเหตุหลักของปัญหาใต้ตาคล้ำ

 

โรคภูมิแพ้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนทุกช่วงวัยเกิดปัญหาใต้ตาคล้ำ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ คนแก่ หรือแม้กระทั่งเด็กเล็ก ๆ ก็ตาม เนื่องจากโรคภูมิแพ้จะทำให้เรามีอาการคันบริเวณรอบดวงตาอยู่บ่อย ๆ ส่งผลให้มีการขยี้ตาบ่อยตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เวลาที่ขยี้ตา จะทำให้หลอดเลือดดำบริเวณใต้ตาแตกตัวออก ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีสีที่เข้มขึ้น รวมไปถึงมีการสร้างเม็ดสีที่เพิ่มมากขึ้นจากการบาดเจ็บของผิวหนังหลังการขยี้ตา

 

  1. แสงแดด ศัตรูตัวร้ายของปัญหาผิวหนัง

 

ผิวบริเวณใต้ตา มีความบอบบางมากเป็นพิเศษ หากปล่อยให้โดนแสงแดดบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวใต้ตาบริเวณนั้นบางลง จนทำให้มองเห็นเส้นเลือดตาดำได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามองเห็นว่าใต้ตาของเรานั้นดำคล้ำ นอกจากนี้ การรับรังสี UV จากแสงแดดบ่อย ๆ จะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้น ทำให้ผิวที่บอบบางอย่างบริเวณใต้ตาดูคล้ำลงอย่างชัดเจนกว่าบริเวณอื่น ๆ ในร่างกายนั่นเอง

 

  1. สารอาหารบางประเภทก็สำคัญ

 

รู้หรือไม่? หนึ่งในสาเหตุของการเกิดใต้ตาคล้ำนั้น อาจจะมาจากการขาดสารอาหารบางประเภท ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินเค และธาตุเหล็ก ซึ่งถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากรู้ว่าเราขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งไป อย่าลืมเติมมันกลับเข้าไปในร่างกายกันนะคะ 

 

  1. พักผ่อนน้อย ใช้สายตามากเกินไป และสาเหตุอื่น ๆ

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดใต้ตาคล้ำอยู่แล้ว เนื่องจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอและความเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายของเราค่อย ๆ เสียสมดุลไปทีละน้อย ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ดี ทำให้ใต้ตาเกิดรอยหมองคล้ำหนักขึ้น ดังนั้นใครที่อยากจะรักษาอาการใต้ตาดำคล้ำให้หายถาวร ต้องนอนให้เพียงพอเป็นอันดับแรก ๆ เลยค่ะ

 

ในเมื่อรู้กันแล้วว่า “ปัญหาใต้ตาดำ” เกิดขึ้นได้อย่างไร ทีนี้เรามาดูวิธีแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำกันต่อเลยดีกว่าค่ะ

ใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้กลายเป็นแพนด้าถาวร

  1. บำรุงด้วยเซรั่ม หรือทาอายครีม

 

แน่นอนว่าวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างที่สุด จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากการพึ่งพาเซรั่มหรืออายครีม ซึ่งทุกวันนี้มีหลายแบรนด์หลายยี่ห้อถูกผลิตออกมาให้เลือกมากมาย ส่วนจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน แต่ในการทาเซรั่มหรืออายครีมนั้นก็มีปัญหาอยู่เช่นกัน เพราะส่วนผสมบางอย่างของเซรั่มหรือครีมตัวนั้น ๆ อาจจะทำให้เราเกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ใต้ตาดำหนักขึ้นกว่าเดิม

 

  1. พยายามหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้

 

ในคนที่มีอาการของโรคภูมิแพ้อยู่แต่เดิม ต้องระวังตัวมากกว่าคนปกติเป็นพิเศษ เพราะผิวของเรามักจะเกิดอาการแพ้ง่ายกว่าคนทั่วไปมาก ๆ ตัวอย่างของสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ รวมถึงอาหารที่แพ้ด้วย ทางที่ดีควรไปเข้ารับการตรวจกับแพทย์ว่าเราแพ้อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงมันง่ายยิ่งขึ้น

 

  1. หมั่นประคบรอบดวงตา

 

การประคบรอบดวงตา นอกจากจะทำให้ดวงตาที่อ่อนล้าจากการทำงานตลอดวันของเราผ่อนคลายลงแล้ว ยังช่วยให้อาการใต้ตาคล้ำของเราดีขึ้นด้วย โดยของที่แนะนำให้ใช้ประคบมีอยู่ 2 อย่าง นั่นคือ

 

  • ถุงชา โดยนำถุงชาที่ชงแล้วมาบิดให้แห้ง และนำมาวางประคบบริเวณดวงตาทั้งสองข้าง และทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้
  • แตงกวา เพียงหั่นแตงกวาเป็นแว่นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร นำแตงกวาไปแช่ตู้เย็นประมาณ 15-20 นาที นำแตงกวาวางบนดวงตาทั้งสองข้าง ปิดตาลง พักไว้ประมาณ 10-15 นาที แตงกวามีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้ตา ความเย็นจากแตงกวาช่วยลดอาการบวม สารต้านอนุมูลอิสระในแตงกวาช่วยลดความหมองคล้ำ

 

  1. ใช้เครื่องสำอางเข้าช่วย เช่น คอนซีลเลอร์ หรือคอลเลคเตอร์ เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ดวงตา

 

การแต่งหน้า เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการปรับปรุงรูปลักษณ์และปกปิดส่วนที่เราไม่อยากให้ใครเห็น เช่น รอยคล้ำใต้ตา แต่วิธีนี้จะเป็นการปกปิดเพียงชั่วคราวเท่านั้น และต้องเสียเวลามาล้างเครื่องสำอางหนา ๆ ในทุกวันอีกด้วย

 

โดยเครื่องสำอางที่สามารถช่วยในการปกปิดรอยคล้ำใต้ตา มีดังนี้

 

  • คอนซีลเลอร์ อำพรางรอยคล้ำได้ดีเยี่ยม

 

เคล็ดลับการเลือกและทาคอนซีลเลอร์

เลือกเฉดสี: เลือกคอนซีลเลอร์ที่ขาวกว่าผิวของคุณ 1 เฉดสี จะช่วยอำพรางรอยคล้ำใต้ตาได้ดี

 

วิธีทา

  • ทาคอนซีลเลอร์เป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำใต้ตา เริ่มต้นจากหัวตา ลงมาใต้ตากลาง และไล่ไปยังหางตา
  • ใช้นิ้วหรือฟองน้ำเกลี่ยคอนซีลเลอร์เบาๆ ให้กลืนไปกับผิว

 

เทคนิคเพิ่มเติม

  • เติมไฮไลท์ใต้โหนกแก้ม ช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น
  • ทาแป้งฝุ่นบางๆ ทับคอนซีลเลอร์ ช่วยให้ติดทนนานขึ้น

 

  • คอลเลคเตอร์ อาวุธลับสำหรับผิวสวยไร้ที่ติ

 

คอลเลคเตอร์ เปรียบเสมือนอาวุธลับที่ช่วยเนรมิตผิวสวยไร้ที่ติ โดยปกติแล้วคอลเลคเตอร์จะมีหลายสี แต่ละสีก็มีหน้าที่แก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

สีเหลือง: เหมาะสำหรับปกปิดรอยเส้นเลือดฝอย และรอยคล้ำใต้ตา

สีส้ม: เหมาะสำหรับกลบความหมองคล้ำใต้ตา รอยคล้ำจากสิว หรือรอยแผลเป็น

สีชมพู: เหมาะสำหรับกลบรอยคล้ำใต้ตา ช่วยให้ผิวดูสว่างสดใส

สีเขียว: เหมาะสำหรับกลบรอยแดงจากสิว

สีม่วง: เหมาะสำหรับกลบรอยคล้ำใต้ตา รอยดำ หรือรอยฝ้า

สีฟ้า: เหมาะสำหรับปรับสีผิวให้สว่างขึ้น

 

การใช้คอลเลคเตอร์ ควรเลือกสีคอลเลคเตอร์ให้เหมาะกับปัญหาผิว ลงคอลเลคเตอร์ลงบนบริเวณที่ต้องการปกปิด ใช้แปรงหรือนิ้วมือเกลี่ยคอลเลคเตอร์ให้กลมกลืนกับผิว ทาแป้งฝุ่นทับเพื่อเซ็ตคอลเลคเตอร์

 

คอลเลคเตอร์ เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับการแต่งหน้า ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน ไร้ที่ติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวต่างๆ เช่น รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา หรือผิวหมองคล้ำ เพียงเลือกสีคอลเลคเตอร์ให้เหมาะสมกับปัญหาผิว ก็สามารถเนรมิตผิวสวยได้อย่างง่ายดาย

 

แน่นอนว่าวิธีที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่เราสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน แต่ใครที่ไม่อยากมานั่งทำอะไรเดิม ๆ ทุกวัน และยังเห็นผลลัพธ์แบบถาวรในทันที ที่ แมกโนเลีย คลินิก มีตัวช่วยให้ค่ะ

 

บอกลาใต้ตาคล้ำอย่างถาวร ด้วยเทคนิคของแมกโนเลีย คลินิก

 

  1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 

 

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นหนึ่งในวิธีการยอดฮิตที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ นิยมทำกันมากที่สุด โดยจะเป็นการใช้สารไฮยาลูรอนิค แอซิด ฉีดเข้าไปเพื่อเติมเต็มบริเวณใต้ตาที่มีปัญหาหมองคล้ำ ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอย ร่องลึกใต้ตา แก้ถุงใต้ตา และผิวที่หย่อนคล้อยได้ในเวลาเดียวกัน ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีในการลดความหมองคล้ำใต้ตา และการชะลอการเกิดริ้วรอยตามวัยในอนาคต

 

นอกเหนือจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายังช่วยเพิ่มเติมให้ร่องลึกต่าง ๆ ใต้ดวงตาของเรานั้น มีความเต็มตื้นใกล้เคียงผิวบริเวณรอบข้างได้มากขึ้น สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่หลังทำทันที อีกทั้งยังอยู่ได้นานเป็นปี หลังฉีดเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

 

  1. ฉีดไขมันใต้ตา

 

เทคนิคนี้เป็นการใช้ไขมันจากต้นขาหรือหน้าท้องของตัวเอง เพื่อฉีดเข้าไปเติมเต็มบริเวณร่องลึกใต้ดวงตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องตาลึกและกว้าง แต่จะมีระยะเวลาการคงอยู่ที่สั้นกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากการสลายตัวของไขมันที่รวดเร็วกว่า อีกทั้งการสลายตัวของเซลล์ไขมันแต่ละคนยังไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของร่างกายและการดูแลตัวเองของแต่ละคน ด้วยเหตุนั้น การฉีดไขมันใต้ตา จึงต้องการการฉีดซ้ำบ่อย ๆ ในช่วงแรก และจำเป็นต้องพิจารณาถึงข้อจำกัดในการใช้ไขมันบริเวณใบหน้าด้วย เช่น ปาก และคาง เพราะต้องใช้การปั้นทรงร่วมกับการฉีด ในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและยืดหยุ่นได้ดีกว่า ฟิลเลอร์ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

 

นอกเหนือจากนั้น หลังจากทำการฉีดไขมันเข้าไปแล้วจะมีการพักฟื้นที่ยาวนานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ และในบางรายอาจมีอาการผื่นแพ้ คัน เกิดขึ้นหลังการฉีดไขมันได้ แต่จะคงอยู่เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ และจะหายไปได้เอง

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ตาคล้ำที่ แมกโนเลีย คลินิก รวบรวมมาให้ในวันนี้ จะมีประโยชน์ และเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้กับใครหลาย ๆ คนนะคะ การแก้ตาคล้ำไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงหมั่นดูแลตัวเองให้ดี และเลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ เพียงเท่านี้ปัญหาคาคล้ำที่คอยกวนใจเราก็จะหายไปอย่างถาวรแล้ว ซึ่งหากคุณยังไม่รู้จะไปปรึกษากับคลินิกไหน แมกโนเลีย คลินิก ของอาสาดูแลดวงตาคุณค่ะ

 

นอกจากนี้ คุณหมอยังติดตามทุกเคส ทุกขั้นตอนด้วยตัวเองค่ะ หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย ข้อกังวลใจตรงส่วนไหนก็สามารถถามคุณหมอได้ทันที พร้อมตอบทุกข้อสงสัยของคนไข้ ไม่ต้องเป็นกังวลเลยค่ะ

เพราะที่นี่ “ มากกว่าความเชี่ยวชาญ คือความใส่ใจ ”

 

สนใจสอบถามหรือนัดหมายเพื่อใช้บริการกับ แมกโนเลีย คลินิก ติดต่อเรามาได้ทุกเวลาค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *